nokkronghuajuck2นกกรงหัวจุก มีชื่อเรียกทางการว่า นกปรอดหัวโขนเคราแดง หรือ นกพิซหลิว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pycnonotus Jocosus เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทนกที่เพาะพันธุ์ได้ ตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

วงศ์นกปรอด (Family Pycnonotidae) มีอยู่มากมายหลายชนิด

นกวงศ์นี้ มีถิ่นอาศัญอยู่ในแถบเอเชีย ในกลุ่มประเทศเมืองร้อน ที่มีอุณหภูมิร้อนชื้นสูง เช่น ประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ลาว พม่า กัมพูชา และ ไทย ซึ่งจะพบเป็นนกเหล่านี้ ทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะ นกปรอดหัวโขนเคราแดง

1. นกปรอดหัวโขนเคราแดง
บ้างก็เรียกว่า ปรอดหัวโขนแก้มแดง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Red whiskered Bulbul ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Pycnonotus Jocosus ได้ชื่อตามลักษณะของตัวนกเอง เป็นต้นว่า หัวโขน หมายถึง บนหัวมีขนยาวเป็นจุก เหมือนการสวมหัวโขนเอาไว้ ส่วนที่ว่าเคราแดง ไม่น่าจะถูกต้อง จริงๆ แล้ว ส่วนที่เป็นสีแดง จะอยู่ใต้ดวงตา นิยมเรียกว่า หูแดง หรือ แก้มแดง นกชนิดนี้ มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่น อยู่มากมาย เช่น ภาคใต้ เรียกว่า นกกรงหัวจุก ภาคเหนือ เรียกว่า นกปริ๊ดจะหลิว หรือ พิชหลิว ส่วนภาคกลาง เรียกว่า นกปรอดหัวจุก หรือ นกหรอดหัวโขน เป็นนกที่น่าดู ใครๆ ก็ชอบ อาศัยอยู่ตามป่าไร่

2. นกปรอดก้นเหลือง
บ้างก็เรียกนกปรอดหัวโขนก้นเหลือง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Brown-breasted Bulbul ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pycnonotus xanthorthous มีแถบสีน้ำตาลที่อก ซึ่งตัดกับ สีขาวของลำคอ อกส่วนล่างและท้องออกขาว ใต้หางสีเหลือง จุกสั้นสีดำ ช่องว่างระหว่างตา กับจะงอยปาก และหนวด สีดำแกมสีน้ำตาล ชอบอาศัยอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้

3. นกปรอดก้นแดง
นกปรอดก้นแดง หรือ นกปรอดคางแพะ เรียกชื่อภาษาอังกฤษว่า Sooty headed Bulbul มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phcnonotus aurigaster จุกสั้นสีดำ หน้ากากสีดำตัดแก้ม แก้มสีขาวเทา ส่วนบนสีน้ำตาลเทา มีแถบขาวบนขนหางด้านบน ลายหางสีขาว ด้านล่างสีขาวเทา ขนใต้หาง อาจมีสีแดงหรือ สีเหลือง อาศัยตามสวน ในที่เพาะปลูก และ ป่าโปร่ง

4. นกปรอดหน้านวลก้นเหลือง
นกปรอดหน้านวล หรือ นกปรอดหน้านวลก้นเหลือง ขอบตาขาว มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Yellow-vented Bulbul มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pycnonotus goiavier ตัวผู้และตัวเมียเหมือนกัน ด้านบนของตัว มีสีน้ำตาลอมเขียว ด้านใต้ท้องมีสีขาว เจือน้ำตาลอ่อนเล็กน้อย ระหว่างตาและโคนปากมีสีดำ เหนือตา มีแถบกว้างสีขาวคล้ายคิ้ว ขนคลุมใต้โคนหางมีสีเหลือง อยู่ตามแหล่งเพาะปลูก ตามสวนมะพร้าวที่อยุ่ติดทะเล

5. นกปรอดสวน
มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Streak-eared Bulbul มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pycnonotus Blanfordi คล้ายกับนกปรอดสีไพรใหญ่ แต่มีสีซีดกว่า และมีสีน้ำตาลเจือมากกว่า ขนคลุมใต้โคนหาง เป็นสีเหลืองมากกว่า ปรอดสีไพรใหญ่ และขนคลุมหู มีลายขาวเป็นแถบๆ อยู่ตามพื้นที่เพาะปลูก ตามสวน พบทั่วไปในที่ลุ่ม

6. นกปรอดทอง
มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Black-headed Bulbul มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pycnonotus Atriceps ตัวผู้และตัวเมียเหมือนกัน ถัดเข้ามามีแถบเล็กๆ สีน้ำตาล นัยตาสีฟ้า มีอยู่ในทุกภาคของประเทศไทย ชอบอยู่ตามชายป่า

7. นกปรอดเหลืองหัวจุก
ชื่อสามัญ Black-crested Bulbul ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pycnonotus melanicterus

นกกรงหัวจุก นั้น ทางภาคใต้นิยมเลี้ยงกันมานานมากแล้ว และสืบทอดกันมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน จนเรียกได้ว่า การเลี้ยงนกกรงหัวจุก เป็นวัฒนธรรมพื้นบ้าน ทางภาคใต้ไปแล้วก็ไม่ผิด เนื่องจากไม่เคยมีบันทึกข้อมูลไว้ อย่างจริงจัง เรื่องการเริ่มต้นเลี้ยงนกชนิดนี้ จึงต้องอาศัยประสบการณ์ส่วนตัว การสอบถาม สืบเสาะข้อมูล จากผู้เลี้ยงนกอาวุโสหลายๆ ท่าน แล้วนำมาประมวลสรุป ให้ผู้อ่านได้ทราบ

นกกรงหัวจุกตัวผู้
– ส่วนหัวและใบหน้าใหญ่ ขนคอขาวและฟูสวยงาม
– ฐานจุกใหญ่ รวมปลายแหลมชี้ขึ้นบน โค้งไปข้างหน้าเล็กน้อย
– ดวงตากลมใสไม่หมอง
– นกที่เก่งแล้ว ขณะยืนร้อง จะเหยียดขา จนสุดข้อเท้า ปลายหางสอดเข้าใต้ศอกที่เกาะ
– หมึกดำ หรือ สร้อยคำ จะยาวกว่านกตัวเมีย บางตัวปลายหมึกทั้งสองข้างยาวเกือบติดกัน
– บัวแดงจะใหญ่ เต็ม สีแดงสด มองเห็นได้ชัดเจน
– ลีลากระโดดโลดโพน เต้นสวยงาม ร้องเป็นเพลงยาวๆ มีจังหวะดี 5-7 พยางค์
– บริเวณหน้าอก หน้าท้อง มีขนอ่อนขึ้นปกคลุมอยู่ทั่วไป ในตัวเมียไม่ค่อยมี
– ถ้าจับดูจะพบขน บริเวณหัวปีกทั้งสองข้าง มีสีแดง เล็กน้อย ซึ่งตัวเมียจะไม่มี

นกกรงหัวจุกตัวเมีย
– หัวเล็ก หน้าเล็ก ขนคอจะเรียบ ไม่ฟู
– ฐานจุกเล็ก ไม่เต็ม จุกรวบขึ้นข้างบน มักจะชี้ตรง หรือ ชี้ไปข้างหลัง
– หมึกดำไม่ชัดเจน
– บัวแดงจะเล็ก ไม่ฟู ไม่เต็มโคนหาง
– ลีลาไม่คึกคัก เหมือนนกตัวผู้ มักจะร้อง 1-3 พยางค์ (บางตัวร้อง 3-5 พยางค์ แต่พบได้น้อยมาก ปกติจะร้อง ฟิต-เฟี่ยว วิด-เวี่ยว)

นี่เป็นวิธีการดูนกตัวผู้และนกตัวเมีย จากลักษณะภายนอก ซึ่งเป็นความชำนาญเฉพาะบุคคล ผู้ที่เลี้ยงนกกรงหัวจุก นานๆ จะเก่งในเรื่องนี้ หากคุณให้ความสนใจ และหมั่นศึกษา เปรียบเทียบความแตกต่าง อยู่เสมอๆ ก็สามารถแยกแยะได้เองโดยไม่ยาก การดูลักษณะภายนอกของนก ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ หรือ นกหนุ่ม จะทำได้ง่ายกว่า การดูนกในช่วงยังเป็นลูกนก หูดำ หรือ หูแดง

ที่มา : หนังสือ ศาสตร์และศิลป์ ของการเลี้ยงนกกรงหัวจุก

nokkronghuajuck-line-750x100